C-20-1 Factor F งานทาง

หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง พ.ศ. 2569 · หมวดงานทาง · เอกสาร 25/28

หมายเหตุ: หน้านี้เรียบเรียงจากเอกสารทางการเพื่อความสะดวกในการค้นและอ้างอิง หากนำไปใช้อย่างเป็นทางการ โปรดตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับของ กรมบัญชีกลาง ฉบับที่มีผลบังคับ ณ วันคำนวณจริง
หน้าที่ 1 ของเอกสารต้นฉบับ

12.1 โครงสร้างและองค์ประกอบของตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง โครงสร้างและองค์ประกอบของตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้ 1. อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า 2. อัตราเงินประกันผลงาน 3. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 4. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 5. ช่องต่าง ๆ ในตาราง Factor ประกอบด้วย - ช่อง ค่างานต้นทุน หมายถึง ค่างานต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายทางตรง (Direct Cost) ซึ่งกำหนดไว้เป็นช่วง ๆ มีหน่วยเป็น ล้านบาท - ช่อง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง ประกอบด้วย ค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร (ค่าอำนวยการ บวก ค่าดอกเบี้ย บวก ค่ากำไร) - ช่อง รวมในรูป Factor หมายถึง ค่า Factor F ที่ยังไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) - ช่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) - ช่อง Factor F หมายถึง ค่า Factor F ที่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว - ช่อง Factor F ฝนตกชุก 1 หมายถึง ค่า Factor F กรณีก่อสร้างทางในพื้นที่ฝนตกชุก 1 - ช่อง Factor F ฝนตกชุก 2 หมายถึง ค่า Factor F กรณีก่อสร้างทางในพื้นที่ฝนตกชุก 2 6. หมายเหตุ (ท้ายตาราง Factor F)

หน้าที่ 2 ของเอกสารต้นฉบับ

12.2 รายการค่าใช้จ่ายที่ประกอบเป็นค่า Factor F ตามตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการงานก่อสร้างทาง จำแนกได้เป็น 4 หมวดใหญ่ ได้แก่ หมวดค่าอำนวยการ หมวดค่าดอกเบี้ย หมวดค่ากำไร และหมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม มีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. หมวดค่าอำนวยการ เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริหารจัดการในการดำเนินการก่อสร้าง ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย รวม 4 หมวดย่อย ดังนี้ 1.1 หมวดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการทำสัญญา ประกอบด้วย 1.1.1 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้ำประกันสัญญาจ้าง (Performance Bond) 1.1.2 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้ำประกันผลงานก่อสร้าง 2 ปี 1.1.3 ค่าอากรแสตมป์ติดสัญญา 1.1.4 ค่าเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม 1.2 หมวดค่าใช้จ่ายสำนักงานสนาม ที่พักเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะ เป็นค่าใช้จ่ายในระหว่าง การก่อสร้าง ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย 1.2.1 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงานสนาม บ้านพักเจ้าหน้าที่ ที่จอดเครื่องจักรและโรงซ่อม 1.2.2 ค่าเอกสารสิ่งพิมพ์และงานด้านธุรการต่าง ๆ 1.2.3 ค่ารถควบคุมงาน (รวมพนักงานขับรถ) 1.2.4 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1.2.5 ค่าซ่อมบำรุง 1.2.6 ค่าเบี้ยประกันภัยยานพาหนะ 1.3 หมวดค่าใช้จ่ายบุคลากรและสำนักงานใหญ่ เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ในการดำเนินงานก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ของสำนักงานใหญ่ ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ การก่อสร้าง ประกอบด้วย 1.3.1 ผู้จัดการโครงการ 1.3.2 สถาปนิกและวิศวกรประจำโครงการ 1.3.3 โฟร์แมน ผู้ควบคุมงาน หัวหน้าช่าง 1.3.4 เสมียน พนักงานประจำสำนักงานโครงการ 1.3.5 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) 1.3.6 เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจักร 1.4 หมวดค่าใช้จ่ายในการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย อัตราเบี้ยประกันภัยและ ค่าความเสี่ยงอื่น ๆ โดยค่าเบี้ยประกันภัย หมายถึง ค่าประกันความเสียหายในระหว่างการก่อสร้าง

หน้าที่ 3 ของเอกสารต้นฉบับ
  1. หมวดค่าดอกเบี้ย เนื่องจากการดำเนินงานก่อสร้างทางต้องใช้เงินลงทุนสูง ผู้รับจ้างจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน จากสถาบันการเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการเตรียมการก่อสร้าง รวมทั้งการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น มาใช้ก่อสร้าง ก่อนที่จะได้รับเงินค่าก่อสร้างซึ่งผลของการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนดังกล่าว ก่อให้เกิดค่าดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างอีกรายการหนึ่ง ที่ต้องคำนวณรวมไว้ใน ค่า Factor F ค่าดอกเบี้ยมีความสัมพันธ์กับอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า และอัตราเงินประกันผลงาน ที่จะกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยถ้าอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้าสูงจะมีผลทำให้ผู้รับจ้างกู้ยืมเงินจาก สถาบันการเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนน้อยลง จะมีผลทำให้ค่าดอกเบี้ยน้อยลง ในทางตรงข้ามหาก อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้าต่ำ จะมีผลทำให้ผู้รับจ้างกู้ยืมเงินมากขึ้นส่งผลให้ค่าดอกเบี้ยสูงขึ้น การคำนวณค่าดอกเบี้ยในตาราง Factor F นั้น มีสูตรการคำนวณ ดังนี้ I = i/12[r/100+(T+D-1)a/100-(a+r)/100*(T+1)/2-(D-1)] โดย

I = ดอกเบี้ยรวมทั้งโครงการ (%) T = ระยะเวลา (เดือน) D = ช่วงเวลาการรับเงิน (เดือน) a = อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า (%) i = อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อปี (%) r = อัตราเงินประกันผลงาน (%) สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณค่าดอกเบี้ยตามสูตรดังกล่าว กำหนดให้ใช้ค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยเงิน ให้กู้ยืมประเภท MLR ของธนาคารขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3 ธนาคาร เป็นเกณฑ์พิจารณา โดยให้กำหนดเป็นตัวเลขกลม กรณีอัตราดอกเบี้ยเป็นเศษ ถ้าเศษถึง 0.50 ให้ปัดขึ้น ถ้าไม่ถึง 0.50 ให้ปัดลง และให้กรมบัญชีกลางกำหนด และประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 1 ให้จัดทำ และแจ้งเวียนตาราง Factor F ใหม่ที่สอดคล้องกับการประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทราบ และใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างต่อไปด้วย 3. หมวดค่ากำไร กำไรถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างรายการหนึ่งที่คำนวณรวมไว้ในค่า Factor F โดยกำหนดให้ใช้อัตรากำไรทางธุรกิจ (Financial Profit) หรือกำไรเชิงธุรกิจ (Excess Profit) ซึ่งหมายถึง ส่วนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ในอัตราร้อยละ 3.5 - 5.5 ของค่างานต้นทุน 4. หมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นค่าภาษีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องจ่าย คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราปัจจุบัน โดยหัก ณ ที่จ่าย นอกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง รวม 4 หมวดใหญ่ ดังกล่าว ในการดำเนิน งานก่อสร้างทาง สภาพภูมิอากาศในภาคต่าง ๆ ของประเทศ ยังมีผลกระทบต่อการดำเนินงานก่อสร้างและ ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือมีช่วงเวลาฤดูฝน

หน้าที่ 4 ของเอกสารต้นฉบับ

ยาวนานกว่าภาคอื่น ๆ จะมีชั่วโมงการทำงานก่อสร้างต่อปีน้อยกว่าพื้นที่ปกติ ซึ่งมีผลทำให้ค่าอำนวยการต่าง ๆ สูงขึ้น และยังกระทบถึงค่าครอบครองเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างทาง โดยจะส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาของ เครื่องจักรสูงกว่ากรณีที่ทำงานในพื้นที่ปกติ จึงจำเป็นต้องคำนวณชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว รวมไว้ในค่า Factor F งานก่อสร้างทาง เป็นค่า Factor F กรณีฝนตกชุก

หน้าที่ 5 ของเอกสารต้นฉบับ

12.3 ค่า Factor F งานก่อสร้างทาง สำหรับพื้นที่ฝนตกชุก ในพื้นที่ก่อสร้างงานก่อสร้างทางที่มีฝนตกชุกหรือระยะเวลาช่วงฤดูฝนยาวนานกว่าพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งกำหนดโดยปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อปีมีปริมาณตั้งแต่ 1,600 มิลลิเมตรขึ้นไป จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนิน งานก่อสร้างมากกว่าพื้นที่ปกติ ดังนั้น ในพื้นที่ฝนตกชุก ระยะเวลาในการก่อสร้างต่อปีจะมีน้อยกว่าพื้นที่ปกติ เป็นผลทำให้ผลงานก่อสร้างและมูลค่างานที่ได้รับจากการก่อสร้างน้อยกว่าพื้นที่ปกติ ซึ่งเมื่อคำนวณเปรียบเทียบ สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อมูลค่างานที่ได้ จะพบว่าในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือระยะเวลาช่วงฤดูฝนยาวนานกว่าพื้นที่ปกติ จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าพื้นที่ปกติ นอกจากนี้ งานส่วนที่ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็ยังคงมีอัตราความเสี่ยง ต่อความเสียหายที่อาจเกิดจากฝนตกชุก เช่น การกัดเซาะของน้ำฝนที่มีปริมาณมากต่อคันทางหรือ โครงสร้างทาง และเกิดภาวะน้ำท่วม เป็นต้น ดังนั้น อัตราความเสี่ยงของงานก่อสร้างทางในพื้นที่ฝนตกชุกหรือระยะเวลาช่วงฤดูฝนยาวนาน กว่าพื้นที่อื่นย่อมสูงกว่าพื้นที่ปกติ และเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างทางในพื้นที่ฝนตกชุก สอดคล้องตามข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องกำหนดเพิ่มเติมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (ค่า Factor F) ในบางรายการที่เกี่ยวข้อง สำหรับการกำหนดจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก กำหนดโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำฝน ที่ตกเฉลี่ยต่อปีมีปริมาณตั้งแต่ 1,600 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยหากจังหวัดใดมีฝนตกเฉลี่ยติดต่อกัน 1 เดือน กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก 1 ส่วนจังหวัดใดมีฝนตกเฉลี่ยมากกว่า 1 เดือน กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก 2 ตามตารางรายชื่อจังหวัดที่กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก

หน้าที่ 6 ของเอกสารต้นฉบับ

12.4 ตารางรายชื่อจังหวัดที่กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก ตามตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง จังหวัด การใช้ตารางค่า Factor F กรณีฝนชุก แต่ละจังหวัด กรุงเทพมหานคร ฝนชุก 1 กระบี่ ฝนชุก 1 จันทบุรี ฝนชุก 1 ชุมพร ฝนชุก 1 เชียงราย ฝนชุก 1 ตรัง ฝนชุก 1 นครนายก
ฝนชุก 1 ปราจีนบุรี ฝนชุก 1 พัทลุง ฝนชุก 1 ภูเก็ต ฝนชุก 1 ยะลา ฝนชุก 1 สกลนคร ฝนชุก 1 สตูล ฝนชุก 1 หนองคาย ฝนชุก 1 ตราด ฝนชุก 2 นครพนม ฝนชุก 2 นครศรีธรรมราช ฝนชุก 2 นราธิวาส ฝนชุก 2 บึงกาฬ ฝนชุก 2 พังงา ฝนชุก 2 ระนอง ฝนชุก 2 สงขลา ฝนชุก 2

หน้าที่ 7 ของเอกสารต้นฉบับ

12.5 การใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง การใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดการใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ดังนี้ 1. ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง กำหนดให้ใช้กับรายการงานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่ม งานก่อสร้างทาง ตามความหมายและขอบเขตของงานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างทาง 2. กรณีค่างานต้นทุนอยู่ระหว่างช่วงของค่างานต้นทุนที่กำหนดให้เทียบอัตราส่วน เพื่อหาค่า Factor F หรือใช้สูตรเพื่อคำนวณหาค่า Factor F ดังนี้ ค่า Factor F ของค่างานต้นทุน A = D - {(D-E)x(A-B)/(C-B)} โดย ค่างานต้นทุน A หมายถึง ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า Factor F B หมายถึง ค่างานต้นทุนขั้นต่ำของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุน ที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) อยู่ C หมายถึง ค่างานต้นทุนขั้นสูงของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุน ที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) อยู่ D หมายถึง ค่า Factor F ค่างานต้นทุนขั้นต่ำของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) อยู่ E หมายถึง ค่า Factor F ของค่างานต้นทุนขั้นสูงของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) อยู่ 3. โครงการงานก่อสร้างที่จัดจ้างก่อสร้างเป็นสัญญาเดียว ให้รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการ งานก่อสร้าง เพื่อเทียบหาค่า Factor F จากตาราง Factor F ที่เกี่ยวข้อง 4. กรณีพื้นที่ก่อสร้างของโครงการงานก่อสร้างทาง สะพานและท่อเหลี่ยมอยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก ตามจังหวัดที่กำหนด และเป็นกรณีที่กำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ให้ใช้ ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือช่อง “Factor F ฝนชุก 2” ดังนี้ 4.1 ใช้ค่า Factor F ช่อง “Factor F ฝนชุก 1” สำหรับการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัด กรุงเทพมหานคร กระบี่ จันทบุรี ชุมพร เชียงราย ตรัง นครนายก ปราจีนบุรี พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สกลนคร สตูล และหนองคาย 4.2 ใช้ค่า Factor F ช่อง “Factor F ฝนชุก 2” สำหรับการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดตราด นครพนม นครศรีธรรมราช นราธิวาส บึงกาฬ พังงา ระนอง และสงขลา 5. ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ใช้ได้กับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกราคา แต่จะแปรเปลี่ยน ตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า อัตราเงินประกันผลงาน และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 6. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมประเภท MLR ของธนาคารขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3 ธนาคาร ซึ่งกรมบัญชีกลางเป็นผู้กำหนดและประกาศ หากอัตราดอกเบี้ย เงินกู้เฉลี่ยฯ เปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 1

หน้าที่ 8 ของเอกสารต้นฉบับ
  1. กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษีทั้ง 100% เป็นค่าก่อสร้างให้ใช้ค่า Factor F ในช่อง “รวมในรูป Factor” ที่ยังไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  2. กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษี ทั้ง 100% เป็นค่าก่อสร้าง และโครงการงานก่อสร้างดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัดที่กำหนด และเป็นกรณี ที่กำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือ “Factor F ฝนชุก 2” หารด้วยค่า Factor F ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามตัวอย่างต่อไปนี้ กรณีโครงการงานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการได้จำนวน 400 ล้านบาท ใช้เงินกู้จาก JBIC เป็นค่าก่อสร้างทั้งหมด กำหนด เงินล่วงหน้าจ่าย 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 7% และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กรณีให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง กำหนดให้จังหวัดจันทบุรีอยู่ในพื้นที่ของกลุ่ม จังหวัดฝนชุก 1
  3. ค่างานต้นทุนรวม 400 ล้านบาท ค่า Factor F ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” = 1.1665
  4. Factor F ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 = 1.0700
  5. ค่า Factor F ที่ใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างสำหรับกรณีนี้ =1.1665/1.0700 = 1.0901
  6. กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษี และมีเงินงบประมาณสมทบ เป็นค่าก่อสร้างด้วย ให้ใช้ค่า Factor F สำหรับกรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษี เป็นค่าก่อสร้าง (ช่อง “รวมในรูป Factor”) และค่า Factor F สำหรับกรณีของการใช้เงินงบประมาณ เป็นค่าก่อสร้าง (ช่อง “Factor F”) ตามสัดส่วน โดยให้คำนวณค่า Factor F ตามตัวอย่างต่อไปนี้ กรณีโครงการงานก่อสร้างทาง ใช้เงินกู้จาก JBIC เป็นค่าก่อสร้าง 60% และ มีเงินงบประมาณสมทบ 40% รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการ ได้จำนวน 400 ล้านบาท กำหนดอัตราเงินค่าจ้าง ล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 7% และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กรณีนี้ให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง กำหนดอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 7% และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  7. เงินกู้ : คำนวณที่ค่างานต้นทุน 400 ล้านบาท ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ในช่อง รวมในรูป Factor = 1.0737
  8. เงินงบประมาณ : คำนวณที่ค่างานต้นทุน 400 ล้านบาท ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ในช่อง Factor F = 1.1488
  9. ค่า Factor F ที่ใช้คำนวณราคากลาง = (1.0737×60/100) + (1.1488×40/100)
    = 0.6442 + 0.4595 = 1.1037
หน้าที่ 9 ของเอกสารต้นฉบับ
  1. กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษี และมีเงินงบประมาณสมทบ เป็นค่าก่อสร้างด้วย และโครงการงานก่อสร้างดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัดที่กำหนดและเป็นกรณีที่ กำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง สำหรับกรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือ จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษีและก่อสร้างในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัดที่กำหนด (ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือ “Factor F ฝนชุก 2” หารด้วยค่า Factor F ของภาษีมูลค่าเพิ่ม) และกรณีใช้เงินงบประมาณและก่อสร้างในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัด ที่กำหนด (ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือ “Factor F ฝนชุก 2” แล้วแต่กรณี) ตามสัดส่วน โดยให้คำนวณค่า Factor F ตามแนวทางตามตัวอย่างในข้อ 8 และข้อ 9 หมายเหตุ
  2. เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษี หมายถึง เงินกู้ตามโครงการ เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากร และตามประกาศ อธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 5 มีนาคม 2535 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศตามมาตรา 80/1 (4) แห่งประมวล รัษฎากรซึ่งกำหนดให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
  3. ค่า Factor F กำหนดให้ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ตาราง Factor F แต่ละตารางฯ จะผันแปรไปตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า และอัตราเงิน ประกันผลงาน รวมเป็น 12 ตาราง ดังนั้น ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางจึงต้องเลือกใช้ตาราง Factor F ที่สอดคล้องตามอัตราเงินล่วงหน้าจ่ายหรืออัตราเงินประกันผลงานหักที่กำหนดสำหรับโครงการ งานก่อสร้างที่คำนวณราคากลางนั้น ตาราง Factor F งานก่อสร้างทาง ให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติตามประกาศหรือหนังสือ แจ้งเวียนของกรมบัญชีกลาง
โฆษณา