- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (Indirect cost)
ค่าก่อสร้างในงานก่อสร้างชลประทาน ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 2 ส่วน ได้แก่ ค่างานต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายทางตรง (Direct Cost) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างหรือค่าใช้จ่ายทางอ้อม (indirect Cost) นอกจากนี้ ในบางโครงการงานก่อสร้างอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนที่ 3 ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายพิเศษ ตามข้อกำหนด รวมทั้งค่าครุภัณฑ์จัดซื้อที่ต้องจัดหาพร้อมกับโครงการงานก่อสร้างชลประทานนั้นด้วย ดังนั้น ในการคำนวณค่าก่อสร้างในงานก่อสร้างชลประทาน จึงต้องคำนวณค่าใช้จ่ายของแต่ละส่วนแล้วรวมกันเป็น ค่าก่อสร้างทั้งโครงการงานก่อสร้าง โดยในส่วนของค่างานต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายทางตรงได้กำหนดให้คำนวณ โดยใช้วิธีการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างชลประทาน
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างหรือค่าใช้จ่ายทางอ้อม (Indirect Cost) ในงานก่อสร้างชลประทาน ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย รวม 4 หมวดใหญ่ ได้แก่ หมวดค่าอำนวยการ หมวดค่าดอกเบี้ย หมวดค่ากำไร และหมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยในหมวดค่าอำนวยการ ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหมวดย่อยรวม 4 หมวด และแต่ละหมวดประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างรายการต่าง ๆ แต่เพื่อความสะดวก ต่อการนำไปใช้ในทางปฏิบัติและป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดในการคำนวณ จึงได้คำนวณรวมค่าใช้จ่ายทุกรายการ ของทั้ง 4 หมวดใหญ่รวมไว้ในค่า ๆ เดียว เรียกว่า ค่า Factor F โดยแต่ละค่า Factor F ถูกคำนวณไว้ในแต่ละช่วง ของค่างานต้นทุนที่กำหนดเทียบกับค่างานต้นทุนหนึ่งหน่วย และกำหนดไว้ในรูปของตารางสำเร็จรูป
เรียกว่า ตาราง Factor F
เนื่องจากในงานก่อสร้างชลประทานโดยทั่วไป จะประกอบด้วยรายการงานก่อสร้าง จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรายการงานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างชลประทาน และกลุ่มรายการ งานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ซึ่งงานก่อสร้าง 2 กลุ่มงาน มีรายละเอียด ของการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (Indirect Cost) แตกต่างกัน จึงได้กำหนด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานการก่อสร้างและจัดทำไว้ในรูปของตาราง Factor F รวม 2 ตาราง ดังนี้
-
ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ใช้กับทุกรายการงานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่ม ของงานก่อสร้างชลประทาน
-
ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ใช้กับทุกรายการงานก่อสร้าง ที่อยู่ในกลุ่มของงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม
ทั้งนี้ ในการใช้ตารางงานก่อสร้างชลประทานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดการใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
15.1 ข้อกำหนดการใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน การใช้ตาราง Factor F ในหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างชลประทาน
ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังนี้ 1. ให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลียม สำหรับรายการงานก่อสร้าง
ดังต่อไป 1.1 งานก่อสร้างอาคารชลประทานที่แยกรายการเป็นงานย่อย เฉพาะงานคอนกรีต ทุกประเภท (ยกเว้น คอนกรีตดาด) งานเหล็กเสริมคอนกรีต และงานวัสดุรอยต่อคอนกรีตทุกชนิด 1.2 งานก่อสร้างอาคารชลประทานที่ไม่แยกรายการเป็นงานย่อย แต่กำหนดหน่วย
เป็น 1 แห่ง 1 ที หรือ 1 หน่วย 2. ให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน สำหรับรายการงานก่อสร้าง ดังต่อไปนี้
2.1 งานก่อสร้างชลประทานอิน ๆ นอกเหนือจากทีกำหนดตามข้อ 1
2.2 งานคอนกรีตดาด
15.2 โครงสร้างและองค์ประกอบของตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
โครงสร้างและองค์ประกอบของตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ประกอบด้วย ส่วนต่าง ๆ ดังนี้ อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า อัตราเงินประกันผลงาน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ . อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ค) . ช่องต่าง ๆ ในตาราง Factor F ประกอบด้วย - ช่อง ค่างานต้นทุน หมายถึง ค่างานต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายทางตรง (Direct Cost) ซึ่งกำหนดไว้เป็นช่วง ๆ มีหน่วยเป็นล้านบาท - ช่อง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง ประกอบด้วย ช่อง ค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร และ รวมค่าใช้จ่าย (ค่าอำนวยการ บวก ค่าดอกเบี้ย บวก ค่ากำไร) - ช่อง รวมในรูป Factor หมายถึง ค่า Factor 6 ที่ยังไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) - ช่อง ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) - ช่อง Factor F หมายถึง ค่า Factor F ที่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (ง/) แล้ว - ช่อง Factor F ฝนชุก 1 หมายถึง ค่า Factor F กรณีก่อสร้างในพื้นที่ฝนตกชุก 1 - ช่อง Factor F ฝนชุก 2 หมายถึง ค่า Factor F กรณีก่อสร้างในพื้นที่ฝนตกชุก 2 6. หมายเหตุ (ท้ายตาราง Factor F)
เท > เ๒ ง ๒
-%7-
15.3 รายการค่าใช้จ่ายที่ประกอบเป็นค่า Factor F ตามตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการงานก่อสร้างชลประทาน จำแนกได้เป็น 4 หมวดใหญ่ ได้แก่ หมวดค่าอำนวยการ หมวดค่าดอกเบี้ย หมวดค่ากำไร และหมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม มีสาระสำคัญดังนี้ 1. หมวดค่าอำนวยการ เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริหารจัดการในการดำเนินงานการก่อสร้างประกอบด้วย ค่าใช้จ่าย รวม 4 หมวดย่อย ดังนี้ 1.1 หมวดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการทำสัญญา ประกอบด้วย 1.1.1 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้าประกันสัญ บาจ้าง (Performance Bond) 1.1.2 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้าประกันผลงานก่อสร้าง 2 ปี 1.1.3 ค่าอากรแสตมป์ติดสัญญา 1.1.4 เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม 1.22 หมวดค่าใช้จ่ายสำนักงานสนาม ที่พักเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะ เป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างการก่อสร้าง ประกอบด้วย 1.2.1 ค่าที่ทำการชั่วคราว 1.2.2 ค่าที่พักคนงานชั่วคราวและโรงพัสดุ 1.2.3 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโรงซ่อมเครื่องจักร โรงช่างไม้ และโรงช่างเหล็ก 1.2.4 ค่าเอกสารสิ่งพิมพ์และงานด้านธุรการ 1.2.5 ค่ารถควบคุมงาน รวมทั้งพนักงานขับรถ 1.2.6 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1.2.7 ค่าซ่อมบำรุงยานพาหนะ 1.2.8 ค่าเบี้ยประกันภัยยานพาหนะ 1.3 หมวดค่าใช้จ่ายบุคลากรและสำนักงานใหญ่ เป็นส่วนของค่าใช้จ่าย ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรในการดำเนินงานก่อสร้างและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ ประกอบด้วย เงินเดือน ค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ประกอบด้วย 1.3.1 ผู้จัดการสนาม 1.3.2 วิศวกรควบคุมงานสนาม 1.3.3 ช่างควบคุมงาน 1.3.4 ช่างเครื่องยนต์ 1.3.5 พนักงานธุรการ 1.3.6 คนงานทั่วไป สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานใหญ่ จะประกอบด้วย ค่าใช้จ่า เอกสารด้านธุรการ ค่าใช้จ่ายด้านยานพาหนะ และเงินเดือนค่าจ้างผู้จัดการใหญ่ ช่างเทคนิค เจ้าหน้าที่บัญ เจ้าหน้าที่ธุรการ และเจ้าหน้าที่ประสานงาน 1.4 หมวดค่าใช้จ่ายในการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย อัตราเบี้ยประกันภัย และค่าความเสี่ยงอื่น ๆ โดยค่าเบี้ยประกันภัย หมายถึง ค่าประกันความเสียหายในระหว่างการก่อสร้าง
ชี
- หมวดค่าดอกเบี้ย
เนื่องจากการดำเนินงานก่อสร้างชลประทานต้องใช้เงินลงทุนสูง ผู้รับจ้างจำเป็นต้อง
กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการเตรียมการก่อสร้าง รวมทั้งการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่จำเป็นมาใช้ก่อสร้างก่อนที่จะได้รับเงินค่าก่อสร้าง ซึ่งผลของการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนดังกล่าว
ก่อให้เกิดค่าดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างอีกรายการหนึ่ง ที่ต้องคำนวณรวมไว้ใน ค่า ทีล๕๐! F
ค่าดอกเบียมีความสัมพันธ์กับอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้าและอัตราเงินประกันผลงาน ทิจะกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยถ้าอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้าสูงจะมีผลทำให้ผู้รับจ้างกู้ยืมเงิน
ขาย
จากสถาบันการเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนน้อยลง จะมีผลทำให้ค่าดอกเบี้ยน้อยลง ในทางตรงข้ามหากอัตรา เงินค่าจ้างล่วงหน้าตำ จะมีผลทำให้ผู้รับจ้างกู้ยืมเงินมากขึ้นส่งผลให้ค่าดอกเบี้ยสูงขึ้น การคำนวณค่าดอกเบี้ยในตาราง Factor F นั้น มีสูตรการคำนวณ ดังนี้ | = i/12[r/100+(T+D-1)a/100-(a+r)/100*(T+1)/2-(D-1)] โดย ดอกเบี้ยรวมทั้งโครงการ (%) T = ระยะเวลา (เดือน) 0 = ช่วงเวลาการรับเงิน (เดือน) อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า (%) | = อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อปี (9%) ก %= อยอัตราเงินประกันผลงาน (%) สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณค่าดอกเบี้ยตามสูตรดังกล่าว กำหนดให้ใช้ ค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมประเภท MLR ของธนาคารขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3 ธนาคาร เป็นเกณฑ์ พิจารณา โดยให้กำหนดเป็นตัวเลขกลม กรณีอัตราดอกเบี้ยเป็นเศษ ถ้าเศษถึง 0.50 ให้ปัดขึ้น ถ้าไม่ถึง 0.50 ให้ปัดลง และให้กรมบัญชีกลางกำหนดและประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคากลาง
เจ
งานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย เปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 1 ให้จัดทำและแจ้งเวียนตาราง Factor F ใหม่ที่สอดคล้องกับการประกาศ เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทราบและใช้ในการคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างต่อไปด้วย 3. หมวดค่ากำไร กำไรถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างรายการหนึ่งที่คำนวณรวมไว้ใน ค่า Factor F โดยกำหนดให้ใช้อัตรากำไรทางธุรกิจ (Financial Profit) หรือกำไรเชิงธุรกิจ (Excess Profit) ซึ่งหมายถึงส่วนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ในอัตราร้อยละ 3.5 - 5.5 ของค่างานต้นทุน 4. หมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นค่าภาษีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องจ่าย คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราปัจจุบัน
โดยหัก ณ ทิจ่าย
นอกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง รวม 4 หมวดใหญ่แล้ว ในการดำเนินงานก่อสร้าง ในงานก่อสร้างชลประทาน สภาพภูมิอากาศในภาคต่าง ๆ ของประเทศ ยังมีผลกระทบต่อ การดำเนินงานก่อสร้างและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก หรือมีช่วงเวลาฤดูฝนยาวนานกว่าภาคอื่น ๆ จะมีชั่วโมงการทำงานก่อสร้างต่อปีน้อยกว่าพื้นที่ปกติ ซึ่งมีผลทำให้ค่าอำนวยการต่าง ๆ สูงขึ้น และยังกระทบถึงค่าครอบครองเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างชลประทาน โดยจะส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรสูงกว่ากรณีที่ทำงานในพื้นที่ปกติ จึงจำเป็นต้องคำนวณชดเชย ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว รวมไว้ในค่า Factor F งานก่อสร้างชลประทาน เป็นค่า Factor F กรณีฝนตกชุก
15.4 ค่า Factor F งานก่อสร้างชลประทาน สำหรับพืนทีฝนตกชุก
ในพื้นที่ก่อสร้างงานก่อสร้างชลประทานที่มีฝนตกชุกหรือระยะเวลาช่วงฤดูฝนยาวนานกว่า พื้นที่อื่น ๆ ซึ่งกำหนดโดยปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อปี มีปริมาณตั้งแต่ 1,600 มิลลิเมตรขึ้นไป จะเป็นอุปสรรคต่อ การดำเนินงานก่อสร้างมากกว่าพื้นที่ปกติ ดังนั้น ในพื้นที่ฝนตกชุก ระยะเวลาในการก่อสร้างต่อปีจะมีน้อยกว่า พื้นที่ปกติ เป็นผลทำให้ผลงานก่อสร้างและมูลค่างานที่ได้รับจากการก่อสร้างน้อยกว่าพื้นที่ปกติ ซึ่งเมื่อคำนวณเปรียบเทียบสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อมูลค่างานที่ได้ จะพบว่า ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือระยะเวลา ช่วงฤดูฝนยาวนานกว่าพื้นที่ปกติ จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าพื้นที่ปกติ นอกจากนี้ งานส่วนที่ได้ดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จ ก็ยังคงมีอัตราความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดจากฝนตกชุก wu การกัดเซาะของน้ำฝนที่มี
ปริมาณมากและการเกิดภาวะนั้าท่วม เป็นต้น ดังนั้น อัตราความเสี่ยงของงานก่อสร้างชลประทานในพื้นที่ฝนตกชุกหรือระยะเวลาช่วงฤดูฝน ยาวนานกว่าพื้นที่อื่นย่อมสูงกว่าพื้นที่ปกติ และเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างชลประทาน ในพื้นที่ฝนตกชุกสอดคล้องตามข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องกำหนดเพิ่มเติมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (An Factor F) ในบางรายการที่เกี่ยวข้อง สำหรับการกำหนดจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก กำหนดโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำฝน ที่ตกเฉลี่ยต่อปี มีปริมาณตั้งแต่ 1,600 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยหากจังหวัดใดมีฝนตกเฉลี่ยติดต่อกัน 1 เดือน กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก 1 ส่วนจังหวัดใดมีฝนตกเฉลี่ยมากกว่า 1 เดือน กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก 2 ตามตารางรายชื่อจังหวัดที่กำหนดให้อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก
15.5 ตารางรายชือจังหวัดทีกำหนดให้อยู่ในพื่นที่ฝนตกชุก
ตามตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
จังหวัด การใช้ตารางค่า Factor F กรณีฝนชุกแต่ละจังหวัด กรุงเทพมหานคร ฝนชุก 1 กระบี่ ฝนชุก 1 จันทบุรี ฝนชุก 1 ชุมพร ฝนชุก 1 เชียงราย ฝนชุก 1 ตรัง ฝนชุก 1 นครนายก ฝนชุก 1 ปราจีนบุรี ฝนชุก 1 พัทลุง ฝนชุก 1 ภูเก็ต ฝนชุก 1 ยะลา ฝนชุก 1 สกลนคร ฝนชุก 1 สตูล ฝนชุก 1 หนองคาย ฝนชุก 1 ตราด ฝนชุก 2 นครพนม ฝนชุก 2 นครศรีธรรมราช ฝนชุก 2 นราธิวาส ฝนชุก 2 บึงกาฬ ฝนชุก 2 พังงา ฝนชุก 2 ระนอง ฝนชุก 2 ฝนชุก 2
สงขลา
15.6 การใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
การใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดการใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ดังนี้
-
ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน กำหนดให้ใช้กับรายการงานก่อสร้างที่อยู่ใน กลุ่มงานก่อสร้างชลประทานตามความหมายและขอบเขตของงานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่มงานก่อสร้าง ชลประทาน สำหรับรายการงานก่อสร้างที่มีข้อกำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง กล๕๐ F งานก่อสร้าง ชลประทาน
-
กรณีค่างานต้นทุนอยู่ระหว่างช่วงของค่างานต้นทุนที่กำหนด ให้เทียบอัตราส่วนเพื่อหา ค่า Factor F หรือใช้สูตรคำนวณหาค่า Factor F ดังนี้
9
A Factor F ของค่างานต้นทุน A = 0 - {(D-E)x(A-B)/(C-B)}
โดย ค่างานต้นทุน A หมายถึง ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า Factor F
8 หมายถึง ค่างานต้นทุนขั้นตำของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุน ที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) ag
6 หมายถึง ค่างานต้นทุนขั้นสูงของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุน ที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) ag
0 หมายถึง ค่า Factor F ค่างานต้นทุนขั้นตำของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) อยู่
6 หมายถึง ค่า Factor F ของค่างานต้นทุนขั้นสูงของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า "ล๕๐6 F (ค่างานต้นทุน A) อยู่
-
โครงการงานก่อสร้างที่จัดจ้างก่อสร้างเป็นสัญญาเดียว ให้รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการ งานก่อสร้าง ในการหาค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
-
กรณีพื้นที่ก่อสร้างของโครงการงานก่อสร้างชลประทานอยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัด ที่กำหนด และเป็นกรณีที่กำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง กิล๕๐ F งานก่อสร้างชลประทานให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือช่อง “Factor F ฝนชุก 2” ดังนี้
4 กรุงเทพมหานคร กระ
.1 ใช้ค่า Factor F ช่อง “Factor F ฝนชุก 1” สำหรับการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัด บี่ จันทบุรี ชุมพร เชียงราย ตรัง นครนายก ปราจีนบุรี พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สกลนคร สตูล และหนองคาย 4.2 ใช้ค่า Factor F ช่อง “Factor F ฝนชุก 2” สำหรับการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัด ตราด นครพนม นครศรีธรรมราช นราธิวาส บึงกาฬ พังงา ระนอง และสงขลา
5, ตาราง ๑๕๐5 งานก่อสร้างชลประทานนี้ ใช้ได้กับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกราคาแต่จะ แปรเปลี่ยนตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า อัตราเงินประกันผลงาน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และอัตรา
ภาษีมูลค่าเพิม
-
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมประเภท MLR ของธนาคาร ขนาดใหญ่อย่างน้อย 3 ธนาคาร ซึ่งกรมบัญชีกลางเป็นผู้กำหนดและประกาศ หากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย เปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 1
-
กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษีทั้ง 100% เป็นค่า ก่อสร้างให้ใช้ค่า Factor F ในช่อง “รวมในรูป Factor” ที่ยังไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษีทั้ง 100% เป็นค่า ก่อสร้าง และโครงการงานก่อสร้างดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัดที่กำหนดและเป็นกรณีที่ กำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor งานก่อสร้างชลประทาน ให้ใช้ค่า Factor ก จากตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือ “Factor F ฝนชุก 2” หารด้วยค่า Factor F ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามตัวอย่างต่อไปนี้
กรณีโครงการงานก่อสร้างชลประทานอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี รวมค่างานต้นทุนทั้ง โครงการได้จำนวน 400 ล้านบาท ใช้เงินกู้จาก JBC เป็นค่าก่อสร้างทั้งหมด กำหนดอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 796 และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
กรณีนี้ให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน กำหนดให้จังหวัดจันทบุรีอยู่ในพื้นที่ ของจังหวัดฝนชุก 1
-
ค่างานต้นทุนรวม 400 ล้านบาท ค่า Factor F ในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” = 1.1824
-
Factor F ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้อยละ 7 = 1.0700
-
ค่า Factor F ทิใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างสำหรับกรณีนี = 1.1824 + 1.0700 = 1.1050
-
กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษี และมีเงิน งบประมาณสมทบเป็นค่าก่อสร้างด้วย ให้ใช้ค่า Factor F สำหรับกรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจาก แหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษีเป็นค่าก่อสร้าง (ช่อง “รวมในรูป Factor”) wage Factor F สำหรับกรณี ของการใช้เงินงบประมาณเป็นค่าก่อสร้าง (ช่อง “Factor F”) ตามสัดส่วน โดยให้คำนวณค่า Factor F ตาม ตัวอย่างต่อไปนี้
กรณีโครงการงานก่อสร้างชลประทาน ใช้เงินกู้จาก IBIC เป็นค่าก่อสร้าง 60% และมีเงิน งบประมาณสมทบ 40% รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการได้จำนวน 400 ล้านบาท กำหนดอัตราเงินค่าจ้าง ล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 7% อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
กรณีนี้ให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน กำหนดอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 796 อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
- เงินกู้ : คำนวณที่ค่างานต้นทุน 400 ล้านบาท ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ในช่อง รวมในรูป Factor F = 1.0810
- เงินงบประมาณ : คำนวณที่ค่างานต้นทุน 400 ล้านบาท ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน
ในช่อง Factor F = 1.1566
-
ค่า Factor ที่ใช้คำนวณราคากลาง = (1.0810 x 60/100) + (1.1566 x 40/100) = 0.6486 + 0.4626 = 1.1112
-
กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษี และมีเงิน งบประมาณสมทบ เป็นค่าก่อสร้างด้วย และโครงการงานก่อสร้างดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัด ที่กำหนด และเป็นกรณีที่กำหนดให้ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor 5 งานก่อสร้างชลประทาน สำหรับกรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษีและก่อสร้างในพื้นที่ฝนตกชุกตาม จังหวัดที่กำหนด (ใช้ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทานในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือ “Factor F ฝนชุก 2” แล้วแต่กรณี หารด้วยค่า "ล๕๐ F ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม) และกรณีใช้เงิน งบประมาณและก่อสร้างในพื้นที่ฝนตกชุกตามจังหวัดที่กำหนด (ใช้ค่า Factor ถี จากตาราง Factor F
งานก่อสร้างชลประทานในช่อง “Factor F ฝนชุก 1” หรือ “Factor F ฝนชุก 2” แล้วแต่กรณี) ตามสัดส่วน โดยให้คำนวณค่า Factor ตามแนวทางตามตัวอย่างในข้อ 8 และข้อ 9
หมายเหตุ 1. เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษี หมายถึง เงินกู้ ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากร และตาม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 5 มีนาคม 2535 เรื่อง กำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการ ส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศตามมาตรา 80/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ใช้ภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่า Factor F กำหนดให้ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่ง
ทังนี่ ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน จะผันแปรไปตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า และอัตราเงินประกันผลงาน รวมเป็น 12 ตาราง ดังนั้น ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางจึงต้องเลือกใช้ตาราง Factor F ที่สอดคล้องตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า หรืออัตราเงินประกันผลงานที่กำหนดสำหรับโครงการ งานก่อสร้างที่คำนวณราคากลางนั้น
ตาราง Factor F งานก่อสร้างชลประทาน ให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติตามประกาศ หรือหนังสือแจ้งเวียนของกรมบัญชีกลาง
15.7 โครงสร้างและองค์ประกอบของตาราง Factor F
งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลียม
โครงสร้างและองค์ประกอบของตาราง Factor 6 งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
-
อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า
-
อัตราเงินประกันผลงาน
-
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
-
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 5 ช่องต่าง ๆ ในตาราง Factor F ประกอบด้วย
-
ช่อง ค่างานต้นทุน หมายถึง ค่างานต้นทุน หรือค่าใช้จ่ายทางตรง (Direct Cost) ซึ่งกำหนดไว้เป็นช่วง ๆ มีหน่วยเป็น ล้านบาท
-
ช่อง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง ประกอบด้วย ช่อง ค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร และ รวมค่าใช้จ่าย (ค่าอำนวยการ บวก ค่าดอกเบี้ย บวก ค่ากำไร)
-
ช่อง รวมในรูป Factor หมายถึง ค่า Factor F ที่ยังไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
-
ช่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ง/7)
-
ช่อง Factor F หมายถึง ค่า Factor F ซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว
-
หมายเหตุ (ท้ายตาราง Factor F)
15.8 รายการค่าใช้จ่ายทีประกอบเป็นค่า Factor F ตามตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลียม
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างในโครงการงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม จำแนก ได้เป็น 4 หมวดใหญ่ ได้แก่ หมวดค่าอำนวยการ หมวดค่าดอกเบี้ย หมวดค่ากำไร และหมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม มีสาระสำคัญดังนี้ 1. หมวดค่าอำนวยการ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการในการดำเนินงานการก่อสร้างประกอบด้วย ค่าใช้จ่าย รวม 4 หมวดย่อย ดังนี้
1.1 หมวดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการทำสัญญา ประกอบด้วย
1.1.1 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้าประกันสัญญาจ้าง (0๑ศ์๐กทาลก๕๑ Bond) 1.1.2 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้าประกันผลงานก่อสร้าง 2 ปี 1.1.3 ค่าอากรแสตมป์ติดสัญญา 1.1.4 เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคม 1.2 หมวดค่าใช้จ่ายสำนักงานสนาม ที่พักเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะ เป็นค่าใช้จ่าย ในระหว่างการก่อสร้าง ประกอบด้วย 1.2.1 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงานสนาม บ้านพักเจ้าหน้าที่ ที่จอดเครื่องจักรและโรงซ่อม 1.2.2 ค่าเอกสารสิ่งพิมพ์และงานด้านธุรการต่าง ๆ 1.2.3 ค่ารถควบคุมงาน (รวมพนักงานขับรถ) 1.2.4 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1.2.5 ค่าซ่อมบำรุง 1.2.6 ค่าเบี้ยประกันภัยยานพาหนะ 1.3 หมวดค่าใช้จ่ายบุคลากรและสำนักงานใหญ่ เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ บุคลากรในการดำเนินงานก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ของสำนักงานใหญ่ ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ตามปกติจะประกอบด้วย 1.3.1 ผู้จัดการใหญ่ 1.3.2 ช่างเทคนิค 1.3.3 เจ้าหน้าที่บัญชี 1.3.4 เจ้าหน้าที่ธุรการ เจ้าหน้าที่ประสานงาน 1.3.5 ผู้จัดการสนาม 1.3.6 วิศวควบคุมงานสนาม 1.3.7 ช่างควบคุมงาน 1.3.8 ช่างเครื่องยนต์ 1.3.9 พนักงานธุรการ 1.3.10 คนงานทั่วไป 1.4 หมวดค่าใช้จ่ายในการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย อัตราเบี้ยประกันภัย และค่าความเสี่ยงอื่น ๆ โดยค่าเบี้ยประกันภัย หมายถึง ค่าประกันความเสียหายในระหว่างการก่อสร้าง
- หมวดค่าดอกเบี้ย
เนื่องจากการดำเนินงานก่อสร้างทางต้องใช้เงินลงทุนสูง ผู้รับจ้างจำเป็นต้องกู้ยืมเงิน
จากสถาบันการเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการเตรียมการก่อสร้างรวมทั้งการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น มาใช้ก่อสร้าง ก่อนที่จะได้รับเงินค่าก่อสร้างซึ่งผลของการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนดังกล่าว ก่อให้เกิดค่าดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างอีกรายการหนึ่ง ที่ต้องคำนวณรวมไว้ใน An Factor F
ค่าดอกเบียมีความสัมพันธ์กับอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้าและอัตราเงินประกันผลงาน ทิจะกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยถ้าอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้าสูงจะมีผลทำให้ผู้รับจ้างกู้ยืมเงิน
ขาย
จากสถาบันการเงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนน้อยลง จะมีผลทำให้ค่าดอกเบี้ยน้อยลงในทางตรงข้ามหากอัตรา เงินค่าจ้างล่วงหน้าตำ จะมีผลทำให้ผู้รับจ้างกู้ยืมเงินมากขึ้นส่งผลให้ค่าดอกเบี้ยสูงขึ้น การคำนวณค่าดอกเบี้ยในตาราง ก็ล๐๐6 F นั้น มีสูตรการคำนวณ ดังนี้ | = i/12[r/100+(T+D-1)a/100-(a+r)/100*(T+1)/2-(D-1)] โดย | = ดดอกเบี้ยรวมทั้งโครงการ (%) T = ระยะเวลา (เดือน) 0 = ช่วงเวลาการรับเงิน (เดือน) อัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า (9%) | = อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อปี (%) [ %= อยัตราเงินประกันผลงาน (%) สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณค่าดอกเบี้ยตามสูตรดังกล่าว กำหนดให้ใช้ค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย เงินให้กู้ยืมประเภท MLR ของธนาคารขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3 ธนาคาร เป็นเกณฑ์พิจารณา โดยให้กำหนดเป็นตัวเลขกลม กรณีอัตราดอกเบี้ยเป็นเศษ ถ้าเศษถึง 0.50 ให้ปัดขึ้น ถ้าไม่ถึง 0.50 ให้ปัดลง และให้กรมบัญชีกลางกำหนดและประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย เปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 1 ให้จัดทำและแจ้งเวียนตาราง Factor F ใหม่ที่สอดคล้องกับการประกาศ เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อให้หน่วยงานของรัฐทราบ และใช้ในการคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างต่อไปด้วย 3. หมวดค่ากำไร กำไรถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างรายการหนึ่งที่คำนวณรวมไว้ใน ค่า Factor F โดยกำหนดให้ใช้อัตรากำไรทางธุรกิจ (Financial Profit) หรือกำไรเชิงธุรกิจ (Excess Profit) ซึ่งหมายถึงส่วนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ในอัตราร้อยละ 3.5 - 5.5 ของค่างานต้นทุน 4. หมวดค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นค่าภาษีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องจ่าย Aa ภาขีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตราปัจจุบัน โดยหัก ณ ที่จ่าย นอกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง รวม 4 หมวดใหญ่ ดังกล่าวแล้วในการ ดำเนินงานก่อสร้างทาง สภาพภูมิอากาศในภาคต่าง ๆ ของประเทศ ยังมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน ก่อสร้างและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือมีช่วงเวลาฤดู ฝนยาวนานกว่าภาคอื่น ๆ จะมีชั่วโมงการทำงานก่อสร้างต่อปีน้อยกว่าพื้นที่ปกติ ซึ่งมีผลทำให้ค่าอำนวยการ ต่าง ๆ สูงขึ้น และยังกระทบถึงค่าครอบครองเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างทาง โดยจะส่งผลให้ค่าเสื่อม ราคาของเครื่องจักรสูงกว่ากรณีที่ทำงานในพื้นที่ปกติ จึงจำเป็นต้องคำนวณชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก กรณีดังกล่าว รวมไว้ในค่า Factor F งานก่อสร้างทาง เป็นค่า Factor F กรณีฝนตกชุก
เจ
15.9 การใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลียม
การใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด การใช้ตาราง กล๕๐6 F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ดังต่อไปนี้
-
ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม กำหนดให้ใช้กับรายการ งานก่อสร้างที่อยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ตามความหมายและขอบเขตของงานก่อสร้างที่ อยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม
-
กรณีค่างานต้นทุนอยู่ระหว่างช่วงของค่างานต้นทุนที่กำหนด ให้เทียบอัตราส่วน เพื่อหาค่า Factor F หรือใช้สูตรดังต่อไปนี้ เพื่อคำนวณหาค่า Factor F
ค่า "ล๕๐ F ของค่างานต้นทุน A = D-{(D-E)x(A-B)/(C-B)}
โดย ค่างานต้นทุน =A หมายถึง ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า Factor F
8 หมายถึง ค่างานต้นทุนขั้นตัำของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุน ที่ต้องการหาค่า ก๑๕๐ F (ค่างานต้นทุน /ง ag
6 หตมายถึง ค่างานต้นทุนขั้นสูงของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุน ที่ต้องการหาค่า Factor F (ค่างานต้นทุน A) ag
0 หมายถึง ค่า Factor F ของค่างานต้นทุนขั้นตำของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า "8๕๒๐๐5 (ค่างานต้นทุน//งอยู่
6 หมายถึง ค่า Factor F ของค่างานต้นทุนขั้นสูงของช่วงค่างานต้นทุน ที่ค่างานต้นทุนที่ต้องการหาค่า ๑๕๒๐(ค่างานต้นทุน/งอยู่
-
โครงการงานก่อสร้างที่จัดจ้างก่อสร้างเป็นสัญญาเดียว ให้รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการ งานก่อสร้าง เพื่อเทียบหาค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม
-
ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ไม่มีการคิดคำนวณกรณีฝนตกชุก
-
ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยมนี้ ใช้ได้กับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ทุกราคา แต่จะแปรเปลี่ยนตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า อัตราเงินประกันผลงาน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
-
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมประเภท MLR ของธนาคารขนาดใหญ่อย่างน้อย 3 ธนาคาร ซึ่งกรมบัญชีกลาง เป็นผู้กำหนดและประกาศหากอัตราดอกเบี้ย เงินกู้เฉลี่ยเปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 1
-
กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษี ทั้ง 100% เป็นค่าก่อสร้าง ให้ใช้ค่า Factor F ในช่อง “รวมในรูป ล๕๐๐” ที่ยังไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
-
กรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษี และมี เงินงบประมาณสมทบเป็นค่าก่อสร้างด้วย ให้ใช้ค่า ๑๕๒๐6 F สำหรับกรณีใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ต้องชำระภาษีเป็นค่าก่อสร้าง (ช่อง “รวมในรูป Factor”) และค่า Factor F สำหรับกรณีของการใช้ เงินงบประมาณเป็นค่าก่อสร้าง (ช่อง “Factor F”) ตามสัดส่วน โดยให้คำนวณค่า Factor F ตามตัวอย่าง ต่อไปนี้
กรณีโครงการงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ใช้เงินกู้จาก JBIC เป็นค่าก่อสร้าง 60% และมีเงินงบประมาณสมทบ 40% รวมค่างานต้นทุนทั้งโครงการ ได้จำนวน 400 ล้านบาท กำหนดอัตรา เงินค่าจ้างล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบี้ย 79% และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
กรณีนีให้ใช้ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลียม กำหนดอัตราเงินค่าจ้าง ล่วงหน้า 10% อัตราเงินประกันผลงาน 5% อัตราดอกเบีย 7% และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
- Gud : คำนวณที่ค่างานต้นทุน 400 ล้านบาท ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ในช่อง รวมในรูป Factor = 1.1038
- เงินงบประมาณ : คำนวณที่ค่างานต้นทุน 400 ล้านบาท ค่า Factor F จากตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ในช่อง Factor F = 1.1810
- ค่า Factor F ที่ใช้คำนวณราคากลาง = (1.1038 x 60/100) + (1.1810 x 40/100) = 0.6622 + 0.4724 = 1.1346
หมายเหตุ 1. เงินกู้จากแหล่งเงินกู้หรือจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ต้องชำระภาษี หมายถึง เงินกู้ ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร และตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษยีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 5 มีนาคม 2535 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขายสินค้าหรือการให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศตามมาตรา 80/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ใช้อัตราภาษี ร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ค่า Factor F กำหนดให้ใช้มาตรฐานทศนิยม 4 ตำแหน่ง
ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม จะผันแปรไปตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า และอัตราเงินประกันผลงาน รวมเป็น 12 ตาราง ดังนั้น ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางจึงต้องเลือกใช้ตาราง Factor F ที่สอดคล้องตามอัตราเงินค่าจ้างล่วงหน้า และอัตราเงินประกันผลงานที่กำหนดสำหรับโครงการงานก่อสร้าง ที่คำนวณราคากลางนั้น
ทั้งนี้ ตาราง Factor F งานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม ให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ ตามประกาศหรือหนังสือแจ้งเวียนของกรมบัญชีกลาง